ตำนานเทพในกรีก

posted on 29 Jan 2010 19:43 by jet7891

ซูส (Zeus) ราชันย์แห่งเทพ



  

ซูสเป็นชื่อที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ เพราะท่านเป็นจอมเทพผู้ครองโอลิมปัส พระองค์เป็นเทพที่มีคุณสมบัติดี ๆ อยู่หลายประการ แต่ก็ไม่สมดุลกับอุปนิสัยที่ไม่น่าให้อภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความรักความใคร่ที่พระองค์มีแจกจ่ายให้กับสาวงามทั่วไป ซูสเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดและความสง่างามทรงไว้ซึ่งคุณธรรม แต่หากจอมเทพบังเอิญเกิดไปเห็นรูปกายอันเย้ายวนของหญิงคนใดเข้าละก็ พระองค์จะเกิดอาการหน้ามืดวิ่งไล่ตะครุบ ลืมกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ของตัวเองทันทีเชียว

ในวัยเยาว์ของพระองค์โดนพ่อบังเกิดเกล้าเรียกเอาไปกิน หวังไม่ให้เยาวเทพเติบโตขึ้นมาวัดรอยเท้า ดีที่แม่ไหวทันเอาไปฝากแพะเลี้ยงเอาไว้จนกระทั่งเติบโตหาญกล้ามาทวงบัลลังก์กับพ่อ ต้องรบราฆ่าฟันพี่น้องรวมทั้งพ่อของตัวเองด้วย กว่าจะมาถึงยอดเขาโอลิมปุสได้เรียกว่าแทบจะไม่รอดตาย หลังจากที่ตั้งตัวเป็นใหญ่กว่าเทพและมนุษย์ทั้งมวล ซูสก็กลายเป็นผู้พิทักษ์และเชิดชูศีลธรรมทั้งของเทพและคนรวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดความดีและความชั่วในเวลาเดียวกัน แม้ว่าซูสจะกินตำแหน่งเทพสูงสุดแต่ในทางการปกครองพระองค์ไม่เคยละทิ้งผู้คนทุกนาม ทั้งผู้ที่จนที่สุดถึงผู้ที่มีอันจะกินมากที่สุด ทั้งนักโทษและผู้ดี ไม่เคยละทิ้งบ้านและเรือนของความเป็นครอบครัว ในฐานะหนึ่งพระองค์เป็นเทพที่รักษามิตรภาพและการแต่งงาน

นั่นยังไม่ใช่ซูสแบบตัวจริงเสียงจริง ในยามโกรธเกรี้ยวและต้องลงทัณฑ์ต่อความผิดท้าวเธอก็โหดใช่เล่น ก็ดูอย่างตอนโพรเมธุสขโมยไฟจากสวรรค์มาให้มนุษย์นั่นซิ พระองค์ตามล่าจนได้ตัวแล้วนำโพรเมธุสฝั่งเข้าไปในหินซะ 30,000 ปี แถมยังส่งนกอินทรีย์มากินตับโพรเมธุสทุกวันอีกต่างหาก

น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ซูสสูญเสียความน่านับถือในเรื่องของผู้หญิง กระทั่งเมียเพื่อนยังไม่เว้น ถ้าต้องตาแล้วย่อมไม่มีความปลอดภัยเหลืออยู่ ซูสจะพยายามทุกท่า ถ้าศิลปะในการล่อลวงไม่สมประสงค์แล้วพระองค์ยอมลดตัวไปใช้เล่ห์กลโกงจนถึงข่มขื่นเอาดื้อ ๆ ก็มี

ซูสแต่งงานหลายหนจริงๆ เป็นการแต่งงานที่ไม่ใช่ว่าแต่งกับคนหนี่งแล้วเลิกร้างไปหาอีกคนหนึ่งนะ แต่พระองค์สามารถลุกขึ้นมาไล่ล่าสาวพรหมจารีคนต่อไปทั้งๆที่เพิ่งลุกจากเตียงเจ้าสาวของพระองค์หยกๆ สำหรับชาวฟ้าเทพีในสรวงสวรรค์ส่วนมากพ่ายเสน่ห์ยอมแพ้ความเป็นนักรักทรงพลังของพระองค์ ยกเว้นถ้าไม่ได้ดังใจขึ้นมาซูสก็มีบทรักที่โหดเ***้ยมสำหรับพวกโอลิมเปี้ยนเดียวกัน พระองค์เคยแปลงเป็นวัวเข้าข่มขืนเดมีเตอร์เพราะเธอไม่ยอมตกลงปลงใจ น่าสงสารจริงๆ

ปฎิบัติการไล่ล่าผู้หญิงเช่นนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นภาริจหลักของมหาเทพ แต่ก็ใช่ว่าซูสจะประสบความสำเร็จทุกครั้งก็หาไม่ คนที่พ้นมือไปได้มีอยู่เหมือนกันแต่ต้องไวกว่าเล็กน้อย เช่นนางอัปสร (Nymph) ที่มีนามว่าแอสทีเรีย เธอแปลงเป็นนกกระทาบินหนีไป หรือ เทย์กีต ลูกสาวของแอตลาสก็เฉียดไปเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะเทพีอาร์เทมีสมาพบเข้าพอดี แล้วช่วยแปลงนางเป็นกวาง จนนางวิ่งเร็วกว่าซูสหายไปในราวป่า

เป็นความจริงที่ว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้า ซูสเองไม่ช้าต่อมาก็ต้องเดินมาถึงทางตัน ถูกบีบให้เข้าสู่การแต่งงานครั้งสุดท้าย นั่นคือตอนไปพบกับเฮรา ราชินีแห่งท้องฟ้า เฮราปฏิเสธที่จะมีสัมพันธ์กับพระองค์ ซูสแปลงตัวเป็นนกดุเหว่าร่วงลงมาต่อหน้าเฮรา แกล้งทำเป็นโดนความหนาวจนตัวแข็ง เฮราหลงกลพานกแปลงเข้าไปกกในห้องนอนของนาง แต่พอนางรู้สึกตัวว่าอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายเข้าแล้ว นางกลับไม่ยอมจนหัวเด็ดตีนขาด จนซูสเอ่ยคำปฏิญาณจะแต่งงานด้วยนั่นแหละ (หมองูตายเพราะงูจริงๆ) ไม่ช้าไม่นานซูสก็พบว่าความงามของเฮรากลับตรงกันข้ามกับนิสัยของนาง เพราะเฮราขึ้นขื่อดังทั่วสวรรค์ว่าเป็น "มเหสีขี้หึงเสมือนหนี่งเสือจริงๆ"

อย่าเพิ่งนึกว่าซูสได้เหสีที่แสนจะขี้หึงและไล่ตามราวีพระองค์อย่างนั้นแล้วพระองค์จะยอมหยุดความเจ้าชู้ลงได้ ยากส์ค่ะ วิถีความรักของพระองค์ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ซูสโปรดเหล่านางพรายป่าเป็นพิเศษ ท่านคงจะสนุกสนานที่ได้คิดวิธีล่อลวงต่างๆ นานา และปราบปลื้มในการที่ได้ลบเอาความโกรธเกรี้ยวที่จะมีสัมพันธ์กับผู้ชายของนางอัปสรเหล่านี้ให้หมดไป ประวัติของซูสตอนที่มาเกี่ยวกับผู้หญิงที่เป็นมนุษย์กล่าวไว้มากพอควร แต่ล้วนเป็นเล่ห์กระเท่ของซูสที่จะเข้าอภิรมย์กับมนุษย์ผู้หญิง พระองค์นี่จัดว่าเป็นนักรักที่มีความพยายามสูงสุด ไม่ว่าจะมีการปกป้องหญิงงามนางนั้นอย่างแข็งขันเพียงไรก็ไม่มีทางพ้นมือไปได้เลย ยกตัวอย่างตอนที่ไปชอบดานาอี ลูกสาวของกษัตริย์อครีซีอุส ตัวพ่ออุตส่าห์จับลูกสาวขังไว้ในหอคอยบรอนซ์ ซูสก็ยังอุตส่าห์แปลงร่างเป็นฝนทอง แทรกตัวลงไปตามรอยแตกของหลังคาลงไปได้นางเป็นเมีย หรืออย่างตอนที่เข้าหานางลีดา มเหสีของทินเดริอุสซึ่งกำลังเปลือยกายอาบน้ำอยู่ในสระ ก็แปลงตัวเป็นหงส์ขาวแสนสวย ค่อยๆลอยเข้าหาจนแม่หญิงอดเรียกมากอดไม่ได้ กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเมื่อมหาเทพแสดงองค์จริง ทุกอย่างก็สายไป อีกครั้งสำคัญก็ตอนที่ลักพานางยูโรปา ตอนนั้นพระองค์แปลงเป็นวัวขาวที่งดงามและดูนุ่มนวล จนนางยูโรปาอดจับต้องไม่ได้ เมื่อเห็นว่ามันเชื่องกับมือนาง นางก็ทำช่อดอกไม้คล้องเขาของมันให้แล้วขึ้นขี่หลังมหาเทพก็พานางเหาะข้ามทะเลพายูโรปาไปถึงครีต แสดงร่างที่แท้จริงและได้นางยูโรปาที่ใต้ต้นไม้ตรงนั้นเอง

เห็นไหมว่าการก่อคดีนับไม่ถ้วนของซูสนี่แหละที่นำพาเอาพระองค์เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงมากหน้า และแน่นอนหน่อเนื้อของพระงค์ก็ต้องผุดออกมามากมาย ทั้งที่เป็นพวกเทพและมนุษย์ และความยุ่งยากที่ลูกเล็กแดงเหล่านี้ก่อขึ้นให้พระองค์ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าติดต่อมาอีกนับเป็นศตวรรษ นี่ไม่รู้ว่าจะคุ้มกับการที่พระองค์ได้สนุกกับเกมรักชั่ววูบเดียวหรือเปล่า

เทพแห่งสงครามเอรีส (Ares)

อาเรส หรือ เอรีส (Ares) หรือที่ชาวโรมันเรียกว่า มาร์ส (Mars) เป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม และ อาวุธชุดเกราะ นอกจากนี้ยัง เป็นหนึ่งในสิบสองเทพแห่งโอลิมปัสด้วย โดยเป็นบุตรองค์หนึ่งของเทพซุส กับเจ้าแม่ ฮีรา และ เป็นที่เกลียดชัง ของเทพ และมนุษย์ทั้งปวงเว้นแต่ชาวโรมัน ผู้มีนิสัยชอบการสงคราม

อาเรส เป็นเทพแห่งการสงครามเช่นเดียวกับ อาเธน่า แต่ทว่าอาเธน่า จะได้รับการยกย่องและบูชามากกว่า เนื่องจาก อาเธน่าเป็นเทพีที่ใช้สติปัญญาวางแผนในการสู้รบมากกว่า ซึ่งได้รับการบูชาในฐานะเทพีแห่งสติปัญญาด้วย ผิดกับ อาเรส ซึ่งมักจะใช้ความดุดันและโหดร้ายในการสงครามมากกว่า ซึ่งโฮเมอร์ กวีเอกคนสำคัญของกรีกโบราณ ยังเคยเขียนถึงพระองค์ว่า เป็นเทพที่โหดร้ายและหยาบช้า

ชาวโรมันเทิดทูนสดุดีเทพองค์นี้ยิ่งนัก ถึงกับอุปโลกน์ให้เป็นเทพบิดาของ โรมิวลัส (Romulus) ผู้สร้างกรุงโรม และพรรณาสรรเสริญเกียรติคุณนานัปการ ตรงกันข้ามกับชาวกรีก ซึ่งนอกจากจะไม่นิยมเลื่อมใสเทพองค์นี้แล้ว ยังถือว่า เป็นเทพที่มีสันดานป่าเถื่อนดุร้าย ปราศจากความเมตตากรุณาเสียอีก

อาเรสเป็นโอรสขององค์เทพซุสกับฮีร่าเทวี และทรงเป็นโอรสที่เทพบิดาซุส ตรัสใส่หน้าเลยว่า "เจ้าเป็นที่น่าชังที่ สุดในบรรดาลูกของข้า ทั้งโหดร้าย ดื้อด้านเหมือนแม่เจ้าไม่ผิด!" ซึ่งวาทะประโยคนี้นับว่าวิจารณ์อุปนิสัยใจคอของ อาเรสได้ตรงเป็นที่สุด นอกจากโหดร้ายและดื้อดึง อาเรสยังบุ่มบ่าม โกรธง่าย และนิยมความรุนแรงมาก นับว่า เป็นอุปนิสัยที่ แตกต่างกับ เอเธน่า มากซึ่งเป็นเทวีแห่งสงครามเหมือนกัน เอเธน่านั้นสุขุม เฉลียวฉลาด และ กล้าหาญ จึงได้รับการ ยกย่องทั่วทุกหนแห่ง เป็นเหตุให้อาเรสเกิดจิตริษยาเอามาก

เป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งเกี่ยวกับอาเรสองค์นี้ คือในฐานะที่เป็นเทพแห่งสงคราม ตามปกติหากรบที่ไหน ต้องมีชัยที่นั่น แต่ผิดถนัดสำหรับเทพองค์นี้ หากว่าอาเรส รบที่ไหนปราชัยที่นั่นมากกว่า จนน่าประหลาดใจ นอกจากจะพ่ายแพ้ แก่เทวีเอเธน่าแล้ว ยังแพ้มนุษย์อีกด้วย อาทิเช่น วีรบุรุษเฮอร์คิวลิส เคยสังหารโอรส ของอาเรสมาแล้ว ครั้นผู้เป็นพ่อเข้าช่วยลูก ก็ถูกต่อยตีจนต้องหลบหนีขึ้นไปบนโอลิมปัสแทบไม่ทัน เมื่อนำเรื่อง ทูลฟ้องซุสเทพบดี ซุสก็ตัดสินไกล่เกลี่ยให้เลิกรากันไป เนื่องจากแท้ที่จริง เฮอร์คิวลิส ก็เป็นโอรสของซุส เช่นเดียวกัน เพียงแต่มีมารดาเป็นมนุษย์สามัญ

เทพอาเรสมักเสด็จไปไหน ๆ โดยรถศึกเทียมม้าฝีเท้าจัดมากมาย แสงเกราะ และแสงศาตราวุธส่องแสงเจิดจ้า บาดตาผู้พบเห็น มีบริวารที่ติดสอยห้อยตามอยู่ 2 คนคือ เดมอส (Deimos) ซึ่งแปลว่าความกลัว กับ โฟบอส (Phobos) แปลว่าความน่าสยองขวัญ บริวารนี้บางตำนานกล่าวว่าเป็นโอรสของเทพอาเรส ในทาง ดาราศาสตร์ เมื่อตั้งชื่อ ดาวอังคารว่า มาร์ส ตามชื่อเทพแห่งสงครามแล้ว ก็เลยตั้งชื่อดวงจันทร์บริวารทั้งสองของดาวอังคารว่า เดมอส กับ โฟบอสตามตำนานไปด้วยเลย และชื่อของทั้งคู่ก็เป็นรากศัพท์ของคำว่า ความตื่นตระหนก (Panic) และ ความกลัว (Phobia) ด้วย

     
     
     
     

ในด้านความรักของอาเรสนั้นเร่รักไปเรื่อย เช่นเดียวกับเทพบุตรอื่นๆ ในโอลิมปัส ไม่ได้ยกย่องใครเป็นชายา แต่มีเรื่อง รักสำคัญของอาเรสอยู่ครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้น ได้แก่การลักลอบเป็นชู้กับเทวีแห่งความงาม และความรักนาม อโฟรไดท์

เมื่ออาเรส เป็นที่เกลียดชังของเทพและมนุษย์ (ชาวกรีก) เช่นนั้น พฤติการณ์ตอนเป็นชู้กับเทวี อโฟรไดท์ จึงเป็นที่ครหารุนแรง และมวลเทพก็คอยจ้องจับผิด ก็เพราะความมืดของราตรีกาลเป็นใจ ตราบใดเธอ หลบไปได้ ก่อนดวงอาทิตย์ของอพอลโลไขแสง หากยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา ตราบนั้นพฤติการณ์เช่นนี้ก็ยังคง เป็นความลับ

อาเรส กลัวอยู่ก็แต่แสงสว่าง ซึ่งเปรียบประดุจนักสืบของเทพอพอลโลเท่านั้น ถ้านักสืบนั้นแฉ พฤติการณ์ออกไป ให้แก่เทพอพอลโลแล้ว เทพอพอลโลก็คงจะนำความไปบอก แก่เทพฮีฟีสทัส ถึงกรณี ที่ อาเรส ลักลอบกับคบกับ เทวีอโฟรไดท์ อาเรสจึงวางยามไว้คนหนึ่ง ให้คอยปลุกเมื่อใกล้รุ่ง ผู้ทำหน้าที่นี้คือ หนุ่มน้อยชื่อว่า อเล็กไทรออน (Alectryon)

     
     
     

ในคราวที่ความจะแตก อเล็กไทรออนหลับยามเพลินไปจนรุ่งเช้า เป็นเหตุให้อพอลโล เห็นอาเรสกับอโฟรไดท์ นอนหลับอยู่ด้วยกัน อพอลโลจึงนำความไปบอกแก่เทพฮีฟีสทัส ฮีฟีสทัสสานร่างแหเหล็กเตรียมไว้ก่อนแล้ว พอได้ความดังนั้น ก็หอบ ร่างแหไปทอดครอบอาเรสกับอโฟรไดท์ ไว้ให้เทพทั้งปวงมาดูและหัวเราะเยาะอย่าง ครื้นเครง แล้วจึงปล่อยไป ฝ่ายอาเรสได้รับ ความอัปยศอดสูท่ามกลางธารกำนัลยิ่งนัก จึงสาปอเล็กไทรออน ให้กลายเป็นไก่ ทำหน้า ที่คอยขันยามในเวลาใกล้รุ่งทุกคืน เป็นการลงโทษในการที่หลับยาม ด้วยเหตุนี้ไก่ผู้ทุกตัว ที่เกิดขึ้นในโลก จึงสืบสกุลมาจากไก่อเล็กไทรออนตัวแรกนั้นทั้งสิ้น และผลของการอภิรมย์ของคู่นี้ ทำให้ เทวีอโฟร์ไดท์ ประสูติธิดาออกมาองค์หนึ่งนามว่า อาร์โมเนีย ซึ่งต่อมาได้ เป็นราชินีแห่งนครธีบส์

     
   

โปไซดอนคือเทวะที่ครอบครองผืนน้ำทุกถิ่นบนโลก ไม่ว่าจะเป็นทะเล มหาสมุทร ทะเลสาบ หนอง บึง หรือแม่น้ำ ลำคลอง เป็นนายของทุกชีวิตที่แหวกว่ายระเริงชลภายใต้น้ำ รวมทั้งนายตัวที่อยู่บริเวณผิวน้ำด้วยล่ะ แต่กว่าจะได้ตำแหน่งอันมโหฬารพันลึก เป็นใหญ่ในน่านน้ำอย่างนี้ได้ก็ต้องฝ่าฟันศึกใหญ่กันหืดขึ้นคอมาแล้ว เรื่องพี่น้องชิงบัลลังก์ เมื่อก่อนผืนน้ำทั้งหมดเนี่ยเป็นของเทพฝ่ายไททั่น ชื่อโอเชียนุส (Oceanus) ซึ่งก็เป็นผู้สร้างท้องทะเลขึ้นมากับมือ แต่หลังจากที่เทพกลุ่ม อันได้แก่ ซุส โปไซดอน และเฮเดส จับมือกัน ร่วมกันวางแผนเคลียร์ผู้ครองบัลลังก์คนเก่าๆทิ้งไปสำเร็จ โปไซดอน ก็ได้ส่วนแบ่งเป็นอาณาเขตผืนน้ำมาครอง ในขณะที่ ซุส จับจองสวรรค์และ เฮเดสก็ได้ครองยมโลก

ส่วนแบ่งทีมีขนาดมโหฬารพันลึกนี่เองที่ทำให้เทพโปไซดอนกำชะตาของโลกไว้ในอุ้งมือ เพราะทุกสิ่งในโลกมีน้ำเป็นพื้นฐานการดำรงอยู่ ความรู้สึกเช่นนี้ก่อให้ความลำพองใจแกมหาเทพเอามากๆ จนเหมาเอาว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกย่อมต้องเป็นของพระองค์ทั้งหมดเนื่องเพราะต้องอาศัยน้ำของพระองค์ จึงเมื่อพอใจจะประทานแก่ใครก็ให้แต่ผู้นั้น ส่วนคนที่พระองค์ไม่โปรดก็ต้องอดไปตามระเบียบ ความเดือดร้อนของชาวโลกที่เกิดเพราะนิสัยขี้โอ่อันนี้แหละ เลยทำให้บรรดามนุษย์ สัตว์ และภูตพรายต่างๆ พากันเข้าเฝ้าร้องเรียนต่อมหาเทพซูสผู้พี่ให้กำราบเอาบ้าง แต่โปไซดอนนะหรือจะยอม นอกจากจะไม่ฟังแล้วยังบันดาลให้น้ำท่วมเอาเสียบ้าง ให้น้ำแล้งเอาชีวิตเสียบ้าง เป็นการกลั่นแกล้งให้มนุษย์กลัวพระองค์

ผลการที่พระองค์ต้องการกลั่นแกล้งมนุษย์ โดบันดาลให้ผืนดินแห้งแล้ง ภายหลังกลับกลายเป็นหนามแหลมทิ่มแทงองค์เอง ผืนดินที่แตกระแหงไปแล้วไม่สามารถทำให้ชุ่มฉ่ำขึ้นมาได้อีกด้วยบางแห่งถึงกับกลายเป้นทรายไปเลย ยิ่งเห็นพื้นดินแห้งแล้งมากเท่าไรยิ่งทำให้โปไซดอนหัวเสียมากเท่านั้น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มรบกวนจิตใจของเทพเจ้า จนไม่ช้าก็ไม่อาจทนเห็นได้อีกต่อไป พระองค์จึงกลับลงไปใต้ท้องทะเลซึ่งปราสาททองคำของพระองค์ตั้งตะหง่านอยู่ที่นั่น มันเป็นที่เดียวเท่านั้นที่จะช่วยรักษาเยียวยาความรู้สึกผิดให้บรรเทาลง กระนั้นโปไซดอนก็ใช่ว่าจะทองะระไปเสียหมด หลายครั้งที่ท้าวเธอออกมาจากพระราชวังใต้ท้องสมุทร ทรงราชรถเทียมอสุรกายประเภทต่างๆ ขึ้นมาสำรวจโลกเหมือนกัน คราใดที่รถทรงของพระองค์ลอยฟ่องอยู่เหนือผิวน้ำยามนั้น เกลียวคลื่นจะแหวกเป็นทางพร้อมๆ กับลมพายุจะโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เรือใหญ่น้อยที่อยู่ในบริเวณนั้นจุถูกกลืนลงใต้น้ำในชั่วพริบตา น้ำทะเลที่ล้นเป็นระลอกก็จะกวาดชายฝั่งจนบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่ไม่มีอะไรเหลือ ยิ่งเห็นทะเลคลั่งมากเท่าไรดูเหมือนโปไซดอนจะยิ่งนึกสนุก พระองค์จะยิ่งพุ่งสามง่ามขึ้นไปบนท้องฟ้า บังเกิดเป็นสายฟ้าจากกลุ่มเมฆดำ และสายฝนจะยิ่งเทกระหน่ำลงมาท่วมบ้านเรือนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า กว่ามหาเทพจะเล่นสนุกสะใจ มนุษย์ ก็ย่ำแย่ไปตามๆ กัน จากนั้นท้าวเธอก็จะเสด็จกลับไปสู่ใต้พื้นมหาสมุทรไม่ยอมปล่อยความชุ่มชื้นมาสู่ผิวโลกอีกเป็นเวลาเท่าที่จะพอใจ

เทพของฝรั่ง อาจต่างไปจากเทพที่เรารู้จักตามตำนานไทยหรืออินเดีย ที่มักรู้จักกันแต่ในด้านที่ดีงาม เทพฝรั่งจะมีอำนาจมาก และเต็มไปด้วยพฤติกรรมที่คล้ายมนุษย์หลายอย่างที่บางอย่างก็ไม่น่าเข้าใจ เราฟังมาและเลือกแต่เรื่องดีๆ มาใช้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม เทพเหล่านี้ ก็เป็นที่เคารพบูชาของชาวฝรั่งอยู่ และเป็นแบบอย่างหลายเรื่อง รวมทั้งเป็นแรงบันดานใจ ในการทำความดีหลายเรื่องด้วย

Comment

Comment:

Tweet

0842275795

#11 By wat (118.172.239.21) on 2011-02-03 01:02

#10 By แบ้ก (118.172.215.76) on 2010-09-15 12:36

surprised smile ได้ความรู้ดีค่ะdouble wink

#9 By mobile (180.183.178.145) on 2010-08-25 20:03

อ่านะ

555+

#7 By mello (125.26.192.141) on 2010-03-08 13:48

ตอบคอมเม้น mellow

เค้าไม่ได้ชอบดาราโคเรียยย

เค้าชอบการ์ตูนนน

คั๊บโผ๊ม
ตอบคอมเม้นพี่ติวเตอร์

เอ๋า...ไม่ได้ลอกพี่ติวมาน๊า..

เค้าทำเอง..เค้าทำก่อนพี่ติวด้วย...

ที่คุ้นเพราะหามาจากGoogleดเหมือนกันรึป่าว55
อ่านไปงงไป

ไม่รู้จักเลยอ่ะ

จั๊กหยังหนิ 555

รู้จักแต่เอสเจ หรือ ยูคิส อะไรทำนองนี้ เอามาลงบ้างจิ

555+

#3 By mello (125.26.192.141) on 2010-03-08 13:03

เหอๆ

หนุกๆ

zeus ดูคุ้น หน้าน้อ

555+

Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Rayztal on 2010-03-08 12:13

อ่านกันเยอะๆน๊า